ชีวิตที่แสนงดงามและทรงคุณค่า!ของแม่ชีไทยในพระพุทธศาสนา ตอนที่๕

บทวิเคราะห์คำสอนคุณยายอาจารย์

คุณยายอาจารย์ไม่ได้เรียนหนังสือจากระบบการศึกษาในโรงเรียน แต่ท่านได้รับความรู้จากการฝึกสมาธิ จนกระทั่งท่านเข้าถึงความสว่างคือดวงปัญญาภายในด้วยอำนาจของสมาธิปฏิบัติ พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านได้รับปริญญา ๑๘ สาขาในขณะที่ท่านทรงเจริญวัย ๑๖ ชันษา หลังจากนั้นพระพุทธเจ้าทรงแสวงหาความรู้ภายใน ความเป็นไปของโลกและจักรวาลตลอดจนสรรพสัตว์ทั้งหลาย จนกระทั่งได้เข้าถึงสันติสุขภายในและบรรลุสัจจธรรมของชีวิต ตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในขณะที่ความรู้และการศึกษาทางโลกได้สอนให้เรามีชีวิตอยู่ ทำมาหากินเลี้ยงชีพ ดูแลสุขภาพด้านร่างกายเท่านั้น แต่การศึกษาทางธรรมได้สอนให้เรามีสติ มีการพัฒนาด้านจิตใจและวิญญาณเพื่อสภาวะจิตที่ละเอียดอ่อนลึกซึ้งยิ่งขึ้น พัฒนาด้านคุณธรรมและจริยธรรม ได้เรียนรู้เรื่องความจริงของชีวิตที่มนุษย์ทุกคนต้องเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏอันยาวไกลนี้

ในความเป็นจริงเมื่อเราสามารถทำจิตใจให้สงบเยือกเย็นได้ ใจของเราจะสามารถแผ่กว้างออกไปได้ไม่มีขีดจำกัดจนสามารถปกคลุมบ้านของเรา ชุมชน และประเทศ แม้กระทั่งโลกทั้งใบ จักรวาล และอนันตจักรวาลในที่สุด เมื่อนั้นใจของเราก็จะได้รับการพัฒนาทีละเล็กทีละน้อยเริ่มจากดวงใจที่สุกใสสว่าง จนมาเป็นใจที่ขยายใหญ่ไร้ขอบเขต และมาเป็นพลังใจที่ทรงพลานุภาพไม่มีที่สิ้นสุด

พระทัตตชีโว (๒๕๕๕) ได้เมตตาเล่าให้ฟังว่า คุณยายอาจารย์ท่านฝึกฝนและอบรมสั่งสอนตัวเองด้วยนิสัยพื้นฐานที่ดี ๔ ประการ และที่สำคัญคือ การฝึกสมาธิ รวมเรียกว่า “ความดีสากล ๕ ประการ” หรือ UG 5” ด้วยเหตุนี้ คุณยายอาจารย์จึงสามารถเข้าถึงความสว่างภายในและขยายใจให้ครอบคลุมทั่วทั้งจักรวาล คุณยายอาจารย์จึงมีความคิดที่ยิ่งใหญ่ปรารถนาที่จะช่วยสรรพสัตว์ทั้งหลายให้พ้นจากภัยในวัฏฏสงสาร ท่านมีความหวังดีต่อทุก ๆ ชีวิตอยากให้ทุกคนได้เข้าถึงสภาวะแห่งความสุขนิรันดร์เช่นเดียวกับตัวท่าน ในความเป็นจริง ความสุขภายในนั้นแตกต่างจากความสุขภายนอกอย่างสิ้นเชิง ตัวอย่างเช่น ความสุขภายในเป็นความสุขสงบของจิตใจ มีความอิ่มเอิบเบิกบานจากภายใน ในขณะที่ความสุขภายนอกเกิดจากการที่เราได้รับประทานอาหารอร่อยรสชาติดี ได้ประดับประดาด้วยเสื้อผ้าที่งดงามหรูหรา ได้ท่องเที่ยวไปยังสถานที่สวยงาม เป็นต้น

สำหรับผู้ที่รักการปฏิบัติธรรมสามารถแยกแยะความแตกต่างของระดับความนุ่มนวลของจิตใจได้ ไม่เพียงแต่จิตใจที่นุ่มนวลอ่อนโยนเท่านั้น แต่พฤติกรรมและวาจาของผู้ปฏิบัติธรรมจะบ่งบอกถึงความละมุนละไม่สุภาพเรียบร้อยที่บุคคลรอบข้างสามารถรับรู้ได้เป็นอย่างดี ความหยาบคาย ความไม่สุภาพ คำพูดที่รุนแรงทำร้ายจิตใจผู้อื่นจะถูกขจัดออกไปจากใจผู้รักการปฏิบัติธรรมในที่สุด

ไม่เพียงแต่คุณยายอาจารย์ได้อบรมพร่ำสอนลูกศิษย์ของท่านเท่านั้น ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือการที่ท่านได้กระทำเป็นแบบอย่างที่ดีงามให้ศิษยานุศิษย์ของท่านได้ประจักษ์แจ้งเห็นชัดด้วยตาตนเอง คุณยายอาจารย์จึงเป็นต้นบุญต้นแบบอันดีงาม เป็นมหาปูชนียาจารย์ของลูกศิษย์ทั่วโลก

นิสัยพื้นฐานที่ดี ๔ ประการ
ความสะอาด

คุณยายอาจารย์เล่าให้ฟังว่า นิสัยรักความสะอาดเป็นนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่ท่านยังเป็นเด็ก ท่านสังเกตเห็นว่าไม่มีใครปฏิบัติตัวเหมือนท่านเลยแม้กระทั่งบิดามารดา และพี่น้องของท่านเอง ทุกครั้งที่คุณยายอาจารย์ถูบ้าน ท่านจะถูทุก ๆ ด้านของบันไดทั้งด้านบนและด้านล่างของบันได พี่น้องของท่านถามท่านว่า “ทำไมไม่ถูแค่เฉพาะด้านบนของไม้บันได” คุณยายอาจารย์ท่านตอบว่า “ไม่รู้เหมือนกัน เพียงแต่อยากถูบันไดให้สะอาดทุก ๆ ด้าน และรู้สึกมีความสุขที่ได้ทำแบบนี้” ซึ่งท่านก็ได้ปฏิบัติเช่นเดียวกันนี้แม้ขณะที่ท่านทำงานที่บ้านคุณนายเลี้ยบ คุณลักษณะนิสัยรักความสะอาดข้อนี้ของท่านมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งเมื่อคุณยายอาจารย์ได้ฝึกสมาธิ ท่านสามารถเข้าถึงธรรมะภายในที่ชัด ใส สว่าง สะอาด สงบ สุขและเข้าถึงดวงปัญญาอันสว่างไสวภายในจนสามารถสั่งสอนตนเองและผู้อื่นได้เป็นอย่างดี

เมื่อคุณยายอาจารย์มาอยู่ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ คุณยายได้รับเตียงไม้เก่า ๆ หลังหนึ่งเต็มไปด้วยตัวมอดพร้อมกับมุ้งกันยุงเก่า ๆ ขาด ๆ สกปรก ถึงแม้ว่าคุณยายอาจารย์จะถูกทดสอบกลั่นแกล้งด้วยเพื่อนสหธรรมิกก็ตาม ท่านไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่น้อย ท่านเก็บกวาดทำความสะอาดทุกสิ่งทุกอย่างจนดูสะอาดหมดจด คุณยายอาจารย์เล่าว่าท่านรักความสะอาดและความเป็นระเบียบมาก ท่านปฏิบัติเช่นนี้ตั้งแต่ท่านยังเป็นเด็ก และนี่คือสิ่งที่ท่านได้อบรมสั่งสอนตัวท่านเองตลอดมา

ในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๒๔ คุณยายอาจารย์กล่าวถึงอุปนิสัยรักความสะอาดของตัวท่านเองว่า

นิสัยรักความสะอาดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตยายตั้งแต่ยายจำความได้ ยายสู้รบมาตลอดเพื่อรักษาสถานที่ต่าง ๆ ที่ยายไปให้สะอาดเสมอ ความสะอาดเป็นสัญลักษณ์ของวัดพระธรรมกาย ความสะอาดทำให้สาธุชนเกิดความเลื่อมใสศรัทธา ความเชื่อมั่น และความเคารพต่อวัด ทำให้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สะอาดบริสุทธิ์ เหมาะสมกับที่เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม พวกเราอย่าปล่อยปละละเลยเรื่องความสะอาดกันนะ ยายทำงานหนักและเหนื่อยมาตลอดเพื่อที่จะรักษาความสะอาดของวัดเรา

ด้วยเหตุนี้ สาธุชนที่เพิ่งมาวัดพระธรรมกายเป็นครั้งแรกต่างรู้สึกประทับใจในความสะอาดร่มรื่นของวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสะอาดของห้องสุขา จากผลการสำรวจ มากกว่า ๙๐% ของผู้ที่มาวัดกล่าวชื่นชมในเรื่องความสะอาดของสถานที่ต่าง ๆ ภายในวัด ทุกคนรู้สึกสบายใจและสัมผัสได้ถึงสงบสุขจากบรรยากาศรอบตัว ทำให้สาธุชนตั้งใจฟังธรรม ปฏิบัติธรรม นี่คงเป็นกุศโลบายคืออุบายอันเป็นกุศลในการดึงดูดให้ผู้คนสนใจอยากกลับมาศึกษาธรรมะและฝึกสมาธิที่วัดอีก

นอกจากนี้คุณยายอาจารย์ยังส่งเสริมสนับสนุนให้สาธุชนสวมใส่ชุดขาวมาวัด แม้ว่าในช่วงแรกจะมีคนไม่เห็นด้วย รู้สึกต่อต้านความคิดนี้เนื่องจากยังไม่เข้าใจเจตนารมณ์ที่แท้จริง แต่ในที่สุด เมื่อทุกคนซาบซึ้งถึงความหวังดีของคุณยายอาจารย์ที่ต้องการปลูกฝังให้ทุกคนมีนิสัยรักความสะอาดและมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม การสวมใส่ชุดสีขาวของสาธุชนที่มาวัดนั้นทำให้ผู้มาปฏิบัติธรรมสามารถทำใจหยุดใจนิ่งเป็นสมาธิได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น เนื่องจากแต่ละคนไม่ต้องมาสนใจกับเรื่องการแต่งกาย แข่งขันกันประดับประดาอาภรณ์ต่าง ๆ ไม่มีการเปรียบเทียบให้ขุ่นข้องหมองใจโดยเฉพาะสุภาพสตรีทั้งหลายที่มีนิสัยรักสวยรักงามเป็นพื้นฐานของใจ

ความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ความเป็นระเบียบเรียบร้อยนี้เป็นคำสอนของคุณยายอาจารย์ที่มีความสำคัญเป็นลำดับต่อมา หากเราปฏิบัติได้เป็นอย่างดีจะทำให้เป็นที่รักและยกย่องชมเชยในหมู่มนุษย์และเทวาทั้งหลาย ถ้าคุณยายอาจารย์เห็นไม้กวาดวางไม่เป็นระเบียบ ท่านจะบอกให้จัดวางไม้กวาดใหม่ให้เป็นระเบียบสวยงาม ท่านสอนว่าเราต้องฝึกหัดจัดข้าวของต่าง ๆ ให้เป็นหมวดหมู่ เป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ทุกครั้งเราใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เราต้องเก็บข้าวของอุปกรณ์นั้นให้เข้าที่เข้าทาง ขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบสม่ำเสมอ การสร้างนิสัยเช่นนี้จะทำให้เรามีนิสัยรักความเป็นระเบียบติดตัวไปทุกภพทุกชาติ และจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในเวลาที่เราฝึกสมาธิ

คุณยายอาจารย์ได้กำหนดให้ผู้ที่มาปฏิบัติธรรมแบ่งโซนพื้นที่นั่งสมาธิโดยแยกหญิงและชายออกจากกัน เพื่อป้องกันการกระทำไม่เหมาะสมที่อาจเกิดขึ้นได้ในขณะที่ทุกคนกำลังนั่งหลับตาทำสมาธิ

ความสุภาพอ่อนโยน

          คุณยายอาจารย์เล่าว่าท่านไม่มีอุปนิสัยทะเยอทะยาน นี่เป็นอุปนิสัยของท่านมาเป็นเวลานานแล้ว ท่านสั่งสอนอบรมลูกศิษย์ไม่ให้มีความมักใหญ่ใฝ่สูง และไม่เห็นแก่ตัว ในความเป็นจริงท่านสอนลูกศิษย์เสมอให้มีความอ่อนน้อมถ่อมตนและพึงพอใจในสิ่งที่เรามีเราได้ หากเรารักษาใจของเราให้ใสสะอาดบริสุทธิ์เสมอ และหมั่นสั่งสมบุญตลอดเวลา เมื่อถึงเวลาที่บุญกุศลเต็มเปี่ยม ผลบุญย่อมส่งผลให้เราได้รับความสุขความสมหวังดั่งที่ปรารถนา นอกจากนี้คุณยายอาจารย์ยังได้เมตตาสอนให้ทุกคนมีชีวิตที่เรียบง่ายและใช้ข้าวของอย่างรู้คุณค่าประหยัดมัธยัสถ์

เมื่อคุณยายพบเจอลูกศิษย์หรือสาธุชนที่เพิ่งมาวัดเป็นครั้งแรก ท่านจะยกมือไหว้ทักทายทุกคนก่อนเสมอแม้ว่าท่านจะมีวัยวุฒิมากกว่าก็ตาม แม้กระทั่งชาวต่างชาติที่มาเยี่ยมชมวัดพระธรรมกาย คุณยายอาจารย์กล่าวทักทายสวัสดีทุกคนด้วยภาษาไทย และเชิญชวนให้ทุกคนได้รับประทานข้าวก่อนเดินทางกลับ พวกเขาเหล่านั้นแม้จะหลากหลายแตกต่างกันในด้านวัย เชื้อชาติ ภาษาและวัฒนธรรม แต่ทุกคนกลับรู้สึกสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนจากภาษาท่าทางที่คุณยายอาจารย์ได้สื่อสารกับเขาแบบ “ใจถึงใจ” แม้ว่าพวกเขาจะไม่เข้าใจภาษาไทยเลยก็ตาม

ความตรงต่อเวลา

ด้วยความมีวินัยต่อตนเองในเรื่องเวลาอย่างเคร่งครัด ไม่เพียงแต่คุณยายอาจารย์จะตรงต่อเวลาในช่วงที่ท่านทำสมาธิในโรงงานทำวิชชา วัดปากน้ำภาษีเจริญเท่านั้น แต่ท่านยังไปรอล่วงหน้า ๓๐ นาทีก่อนที่จะถึงรอบเวลาของท่าน ด้วยเหตุนี้ทำให้วิชชาและธรรมะภายในของท่านจึงบริสุทธิ์สะอาด ละเอียดลึกซึ้งก้าวหน้ายิ่งนัก

คุณยายอาจารย์สอนว่าเราควรฝึกหัดแบ่งเวลาให้กับการทำสมาธิทุก ๆ วัน ท่านบอกว่าชีวิตคนเรานั้นแสนสั้นและเราไม่ทราบว่าวันสุดท้ายของเราจะมาถึงเมื่อไหร่ วันและคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าเวลาของชีวิตเราก็หมดไปแล้ว ๑ วัน เราควรรีบเร่งสร้างบุญกุศลและรักษาบุญของเรา เพราะเราใช้บุญในการดำเนินชีวิตทุกวัน ดังนั้น ทุกคนควรรู้จักใช้บุญอย่างชาญฉลาดเหมือนกับที่เราต้องรู้จักใช้จ่ายเงินเช่นกัน

นอกจากนี้ คุณยายอาจารย์ให้คุณค่ากับเวลาอย่างมากเนื่องจากเวลาไม่เคยคอยใคร และวันเวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว เดี๋ยววันเดี๋ยวคืน เดี๋ยวเดือนเดี๋ยวปีหนึ่งแล้ว ท่านจึงหมั่นสั่งสมบุญทำแต่ความดีเพียงอย่างเดียว โดยลงมือทำเดี๋ยวนี้และทำให้ดีที่สุด

คุณธรรมพื้นฐาน ๓ ประการ
วินัย

คุณยายอาจารย์ไม่เคยล่วงละเมิดกฎเกณฑ์ ระเบียบข้อควรปฏิบัติของวัดพระธรรมกายเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นผู้สร้างวัดของท่านเอง และลูกศิษย์ของท่านได้ขึ้นมาเป็นเจ้าอาวาสผู้ปกครองของวัดพระธรรมกาย แต่ท่านไม่เคยคิดแม้แต่สักนิดว่าท่านเป็นครูของเจ้าอาวาส ในทางตรงกันข้าม ท่านกลับปฏิบัติตัวและวางตนอยู่ในกฎระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัดและแสดงความเคารพอย่างสูงสุดต่อท่านเจ้าอาวาสวัด

ในชีวิตของท่าน แม้ว่าคุณยายอาจารย์จะพบเจอปัญหาอุปสรรคมากมายเนื่องจากมีคนอิจฉาริษยาท่านโดยเฉพาะช่วงที่ท่านมาเรียน “วิชชาธรรมกาย” ในโรงงานทำวิชชาที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ไม่มีใครหาความผิดจากคุณยายอาจารย์ได้เลยเพราะท่านไม่เคยล่วงละเมิดกฎใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านรู้จักจัดสรรบริหารเวลาได้อย่างลงตัวทั้งเรื่องส่วนตัวคือเรื่องความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อยและความมีวินัยในตัวเอง ท่านคิดว่าท่านต้องให้ความเคารพกับกฎเกณฑ์ของหมู่คณะไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใดก็ตามเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความสงบสุขของทุกคน คุณยายอาจารย์จึงให้ความเคารพอย่างสูงสุดต่อหลวงปู่วัดปากน้ำจนกระทั่งท่านมรณภาพในปี ๒๕๐๒ ถึงกระนั้นก็ตาม คุณยายอาจารย์ก็ยังคงปฏิบัติตนตามระเบียบของวัดและส่งเสริมให้ทุกคนทำตามเช่นกัน

ความเคารพ

โดยอุปนิสัยส่วนตัวของคุณยายอาจารย์ตั้งแต่เด็กแล้วนั้น ท่านเป็นคนมีสัมมาคารวะ เมื่อมีขอทานมาที่บ้านเพื่อขอข้าวสารท่านก็ให้ข้าวสาร หากขอทานขอข้าวเปลือกท่านก็ให้ข้าวเปลือกแก่ขอทานตามที่ขอ ท่านไม่เคยดูถูกดูแคลนใครเลยไม่ว่าคน ๆ นั้นจะยากดีมีจนเช่นไร ท่านให้ความเคารพทุกคนเสมอเหมือนกันทั้งหมด ด้วยท่านคิดว่าพวกเราทุกคนเป็นมนุษย์มีสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียมกัน ดังนั้นคุณยายอาจารย์จึงได้สอนลูกศิษย์ของท่านว่า เราต้องใช้คำพูดที่อ่อนโยนสุภาพกับทุก ๆ คนโดยเฉพาะอาสาสมัครที่มีจิตอาสามาช่วยทำงานให้วัด คำพูดที่ไพเราะอ่อนหวานมีเมตตาจะทำให้เขาเต็มใจยินดีที่จะช่วยเหลือทำงานวัดให้เสร็จเรียบร้อย และทุกคนก็จะได้บุญเต็มเปี่ยมจากการที่ได้มารับบุญช่วยงานที่วัด

คุณยายอาจารย์ไม่เพียงแต่จะแสดงความเคารพต่อบุคคลอื่น ๆ เท่านั้นท่านยังมีความเคารพต่อทานหรือเงินทำบุญที่สาธุชนผู้ใจบุญทั้งหลายได้เสียสละบริจาคเพื่อบำรุงพระพุทธศาสนาอีกด้วย ท่านตระหนักดีว่าเงินแต่ละบาทแต่ละสตางค์เป็นของหายาก การที่พุทธศาสนิกชนได้จบทานเหนือศรีษะเพื่อนำมาทำบุญนั้นเขาบริจาคทานด้วยความเคารพศรัทธาเลื่อมใส เขาดำรงชีพด้วยความยากลำบากตั้งใจทำมาหากินเลี้ยงชีพแล้วแบ่งทรัพย์ส่วนหนึ่งมาทำบุญในพระพุทธศาสนา ดังนั้นผู้รับทานก็ควรน้อมรับด้วยความเคารพศรัทธาในทานของผู้บริจาค เห็นคุณค่าของเงินทำบุญเช่นเดียวกัน จึงเป็นเรื่องที่ควรศึกษาและปฏิบัติให้ด้วยด้วยการใช้ทรัพย์ของพระพุทธศาสนาให้น้อยที่สุดเพื่อให้เกิดประโยชน์อันสูงสุด

คุณธรรมเรื่องความเคารพของคุณยายอาจารย์ที่ท่านมีอย่างสูงสุดคือ ความเคารพยกย่องเชิดชูที่มีต่อมหาปูชนียาจารย์ของท่านคือหลวงปู่วัดปากน้ำและตั้งใจปฏิบัติตามคำสอนของท่านโดยเคร่งครัดตลอดมา คุณยายอาจารย์กล่าวว่า “สำหรับผู้ที่มีวัยวุฒิมากกว่าท่าน ท่านแสดงความเคารพนบนอบด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน มีความซื่อสัตย์ จริงใจ ในการปฏิบัติเช่นนี้ทำให้ท่านได้รับความไว้วางใจอย่างสูงสุด” คุณยายอาจารย์จึงไม่เคยแสดงตนโอ้อวด หรือทระนงตนแม้แต่น้อย

ความอดทน

คุณยายอาจารย์มักกล่าวเตือนเจ้าหน้าที่ของวัดอยู่เสมอ ๆ ว่า เมื่อเราได้เข้ามาอุทิศตนเพื่อทำงานให้พระพุทธศาสนาแล้ว ทุกคนควรปลูกฝังคุณธรรมความดีงามในตัวให้งอกเงยเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นทุกคนควรมีความอดทนและพยายามตั้งใจกำจัดนิสัยต่าง ๆ ที่ไม่ดีในตัวให้หมดไป เป็นสิ่งที่คุณยายอาจารย์ท่านปฏิบัติเป็นกิจวัตรเช่นกัน เราต้องมีแต่นิสัยที่ดีงามติดตัวไปภพเบื้องหน้า ถ้าชาตินี้เราแก้ไขนิสัยที่ไม่ดีไม่ได้ ชาติหน้าเรามาเกิดอีกก็ต้องแก้ไขปรับปรุงให้ได้ ในชาตินี้เราก็ต้องขจัดขัดเกลาตนเองและสร้างนิสัยที่ดีทำตนให้เป็นคนดีให้มากที่สุด การที่จะทำได้สำเร็จนั้น เราจะต้องมีความอดทน มีสติเตือนตนเองตลอดเวลา มีปัญญาสั่งสอนตนเองได้ มีดวงใจที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ และไม่ประมาทสะเพร่า

คุณยายอาจารย์เป็นต้นแบบของความทรหดอดทนอย่างที่สุด เพราะท่านต้องการสั่งสมบุญให้มากที่สุด ท่านจึงต้องอดทนต่อทุกสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่งผู้คนรอบข้างไม่ว่าจะหนักหนาสาหัสเพียงใด ท่านก็จำยอมสู้ทนไม่หวั่นไหวใด ๆ ทั้งสิ้น ด้วยท่านมีจิตปรารถนาดีต่อทุกคนที่อยากให้เขาได้บุญกันถ้วนหน้า คุณยายอาจารย์จึงเลือกที่จะนิ่งเงียบต่อสู้ด้วย “สันติวิธี” และตั้งใจเพียรทำความดีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ในการทำงานอย่างสงบสันติมีไมตรีจิตต่อกัน ทุกคนควรมีทัศนคติในการอยู่ร่วมกันแบบ “แบ่งปัน” คือ เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ มีความอดทน และช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดีทำให้การงานราบรื่น ความสำเร็จบังเกิดขึ้นอย่างง่ายดาย และทุกคนได้บุญกุศลเต็มเปี่ยมถ้วนหน้า

สมัยที่คุณยายอาจารย์เริ่มต้นสร้างวัดพระธรรมกาย ท่านตั้งมโนปณิธานว่าจะสร้างวัดที่สะอาด สงบร่มรื่น เป็นบุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้สาธุชนผู้ตั้งใจมาปฏิบัติธรรมได้เข้าถึงความสะอาดบริสุทธิ์ใจภายใน คุณยายอาจารย์จึงทุ่มชีวิต ทั้งหยาดเหงื่อ แรงกาย แรงใจ ท่านทำงานหนักมากจนกระทั่งล้มป่วยด้วยโรคขาดอาหารแทบเอาชีวิตไม่รอด แต่ด้วยความอดทนในสายเลือดและจิตใจที่ชุ่มฉ่ำปักหลักมั่นคงในสมาธิที่แน่วแน่ตั้งมั่นของคุณยายอาจารย์ ดลบันดาลให้ท่านปลอดภัยและหายป่วยในที่สุด

ในวาระสุดท้ายของชีวิตท่าน คุณยายอาจารย์ได้ฝากถ้อยคำอันมีคุณค่าต่อลูกศิษย์ทั้งสองของท่าน คือ พระธัมมชโยและพระทัตตชีโวว่า

ตลอดชีวิตของยาย ยายได้ฝึกฝนตนเองมาตลอดและยายพบว่า “สมาธิ” เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดในชีวิตคนเรา ถ้าใครรักยายขอให้ตั้งใจนั่งสมาธิจนกระทั่งได้มาศึกษาเรียนรู้ “วิชชาธรรมกาย” และช่วยกันเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก เพราะยายได้รับปากหลวงปู่วัดปากน้ำ ความรู้วิชชาธรรมกายจะช่วยสรรพสัตว์ทั้งหลายให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน และช่วยให้ทุกคนได้ก้าวพ้นภัยในสังสารวัฏ”

คำสอนของคุณยายอาจารย์คือหลักคุณธรรมที่สำคัญในการฝึกฝนตนเอง (๑) ให้เราเป็นผู้มีความบริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา และใจ ทำให้เราได้หมั่นสำรวจตรวจตราตนเองถึงความบริสุทธิ์ในศีลาจารวัตรของเราอย่างสม่ำเสมอ (๒) การฝึกสมาธิ เพื่อให้เกิดปัญญารู้แจ้งเห็นจริง เมื่อใดที่ดวงใจของเรามีความสว่างผ่องใส เมื่อนั้นเราจะมองเห็นสรรพสิ่งทุกอย่างชัดเจนตรงตามความเป็นจริง มีความเห็นที่ถูกต้องร่องรอยตามหลักธรรม และ (๓) ดวงปัญญา เกิดจากการหยุดการสงบนิ่งของจิตใจ ดวงปัญญาภายในจะทำให้เราเข้าถึงสันติสุขภายในและทำให้ใจเรามีพลังทรงพลานุภาพมหาศาลในที่สุด ทั้งหมดนี้ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ในพระพุทธศาสนา

ประวัติศาสตร์ชาติไทยสมควรได้รับการบันทึกจดจารไว้ว่า คุณยายอาจารย์คือผู้นำสตรีคนหนึ่ง ผู้บุกเบิกทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในประเทศไทย เป็นผู้อุทิศชีวิต ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ เพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ท่านได้เปิดโอกาสให้สตรีไทยได้ก้าวเข้ามาสู่เส้นทางธรรม ดำเนินตามรอยบาทของพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า มีพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึงอันเกษม ได้ค้นพบเส้นชีวิตที่ทรงคุณค่าบริสุทธิ์งดงาม ที่สำคัญที่สุดคุณยายอาจารย์ท่านมิได้เป็นเพียงต้นบุญต้นแบบแก่สตรีเพศเท่านั้น ผู้ใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุสงฆ์ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา หากผู้นั้นรักการฝึกฝนอบรมตนเองอย่างยิ่งยวด, สร้างนิสัยพื้นฐานที่ดี คือ สะอาด ระเบียบ สุภาพนุ่มนวล ตรงต่อเวลา และมีใจตั้งมั่นเป็นสมาธิ, มีคุณธรรมพื้นฐาน คือ วินัย เคารพ และอดทน, ปรารถนาที่จะพัฒนาตนให้เป็นคนดีมีศีลธรรม, รักการปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิกลั่นกาย วาจา ใจให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ในที่สุดทุก ๆ คนก็สามารถทำได้เฉกเช่นคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง

 

แปลและเรียบเรียงเป็นภาษาไทยในปี พ.ศ. ๒๕๖๑ โดย ดร.เพชรรัตน์ โล้วิชากรติกุล

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Facebook Comments