ผลกรรมผู้หญิงทำให้พระสึก

ผลกรรมที่ผู้หญิงคนไหนก็ตาม เกิดความคิด จนกระทั่งออกมาเป็นคำพูด แล้วก็ลงมือทำ จนเป็นเหตุทำให้พระภิกษุรูปหนึ่งต้องสึกออกมา จะมีกำลังมากหรือน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า

กรณีที่ 1

ถ้าหากพระภิกษุรูปใดเป็นพระที่ประพฤติดีปฏิบัติชอบ อีกทั้งมีมโนมณิธานที่จะออกบวชสร้างบารมีไปจนตลอดชีวิต แล้วเราเป็นต้นเหตุหรือมีส่วนทำให้พระภิกษุจำต้องสึกออกมา ไม่ว่าด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง   ผลกรรมที่เกิดขึ้นก็จะมีกำลังแรงมากๆ เพราะเหมือนเราไปตัดรอนหนทางการสร้างบารมีของท่าน ซึ่งกว่าท่านจะสั่งสมเนกขัมมบารมีจนมีมโนปณิธานแบบนี้ได้ ท่านต้องผ่านความยากลำบากและใช้ระยะเวลาในการสั่งสมบารมีมามากอย่างยาวนาน ไม่เพียงเท่านั้นเรายังเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่มีส่วนทำให้อายุของพระพุทธศาสนาสั้นลงอีกด้วย

ซึ่งผลจากการกระทำดังกล่าวนี้จะกลายเป็นกรรมที่มาตัดรอน ทำให้กำลังบุญ ทุกบุญ บารมี 10 ทัศ ที่ตัวเราเคยสั่งสมเอาไว้อย่างเข้มแข็งด้วยความยากลำบากกว่าจะได้มาในอดีตชาติ อ่อนกำลังลง

นอกจากนี้ ถ้าเรามีวิบากกรรมหรือเศษกรรมที่มีกำลังเร็วแรงคอยตามส่งผลอยู่ ผลกรรมดังกล่าวนี้ก็จะไปดึงดูดเอาวิบากกรรรมหรือเศษกรรมเหล่านั้น ให้ตามส่งผลในแบบทันทีทันใด คือแทนที่จะส่งผลต่อไปอีกหลายๆชาติ ก็จะมาส่งผลปุ๊บปั๊บทันทีทันใด

กรณีที่ 2

ถ้าพระภิกษุรูปที่เราเป็นเหตุทำให้ท่านจำต้องสึกออกมา เป็นพระที่ยังไม่มีมโนปณิธานในการบวชสร้างบารมีที่แน่วแน่มั่นคง หรือยังไม่มีความคิดที่จะบวชตลอดชีวิต แต่ก็เป็นพระที่ตั้งใจบวช ตั้งใจฝึกตัว แล้วก็มีความคิดที่จะบวชต่อไปเรื่อยๆโดยยังไม่มีกำหนดสึก ผลกรรมที่เกิดขึิ้นก็ยังถือว่ามีกำลังมาก แต่ไม่เท่ากรณีแรก สำหรับส่วนต่างในการส่งผลจะมีกำลังมากหรือน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับการตั้งใจฝึกตัวของพระภิกษุรูปนั้นๆ ว่า ท่านเป็นพระที่ตั้งใจฝึกตัวมากน้อยแค่ไหน และท่านใช้ระยะเวลาในการบวชมายาวนานเท่าใด ถ้าตั้งใจฝึกตัวมาก และบวชมายาวนาน ผลกรรมที่เกิดขึ้นก็จะมีกำลังมาก แต่ถ้าตั้งใจฝึกตัวมากแต่บวชมาได้ไม่นาน ผลกรรมที่เกิดขึ้นก็จะมีกำลังลดลงไปตามส่วน

กรณีที่ 3

ถ้าพระภิกษุรูปนั้นมีความตั้งใจจะสึกอยู่แล้ว หรือตั้งใจจะบวชเพียงแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น แล้วเราเป็นต้นเหตุทำให้ท่านจำต้องสึกออกมาก่อนกำหนด  สมมติตั้งใจจะบวชสักหนึ่งพรรษาแต่ว่ามีเหตุออกมากลางพรรษา ผลกรรมที่เกิดขึ้น ก็จะขึ้นอยู่กับเจตนาของเราเป็นหลักว่า เรามีเจตนาให้ท่านสึกออกมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร เป็นเพราะเหตุจำเป็น หรือเป็นเพราะความต้องการของตัวเรากันแน่ ถ้าเป็นเพราะเหตุจำเป็นจริงๆ เราก็จะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในกรรมตรงนี้ แต่ถ้าไม่มีเหตุจำเป็น แต่เป็นเพราะความต้องการของตัวเราเองอยากให้สึกออกมา ผลกรรมที่เกิดขึ้นก็จะมีกำลังมากในระดับหนึ่ง เพียงแต่กำลังในการส่งผลจะอยู่ในระดับของเศษกรรม คือ ไม่ได้มีกำลังมากเหมือนกรณีที่ 1 และกรณีที่ 2 ซึ่งมีกำลังส่งผลอยู่ในระดับของวิบากกรรม

ปัจจุบันการสื่อสารไร้ขีดจำกัด การสื่อสารกันระหว่างโยมผู้หญิงกับพระก็ต้องระวังไม่ให้เกิดความคุ้นเคยจนเกินไป บทความนี้นำมาเสนอเพื่อเตือนสติคุณผู้หญิง ผลกรรมทั้งสามกรณีนี้ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่นำมาให้พอเข้าใจเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงแล้ว ยังมีองค์ประกอบและมีรายละเอียดปลีกย่อยในการส่งผลของกรรมประเภทนี้อีกเยอะแยะมากมาย ใครก็ตามที่กำลังมีความคิดหรือกำลังจะลงมือกระทำกรรมในลักษณะแบบนี้ ก็ขอให้กลับไปคิดทบทวนใหม่ให้ดีๆ เพราะไม่เช่นนั้นเราอาจจะเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่า มีส่วนทำให้อายุของพระพุทธศาสนาสั้นลง ซึ่งผลกรรมที่เราจะได้รับมันไม่คุ้มกัน

ขอบคุณหนังสือ เนกขัมมบารมี

“ระวังความคุ้นเคยจะเลยเถิด มันจะเกิดสิ่งไม่คาดนะลูกหนา เรื่องอิ๊อิ๊อ๊ะอ๊ะ จะตามมา พญามารหัวร่อร่าเยาะเย้ยเรา”

ขอบคุณหนังสือ ต้องเปิดอ่าน ถึงจะรู้

***บทความต่อไปเป็นข้อคิดเตือนสติสำหรับฝ่ายชาย

Facebook Comments