พริก สกัดเป็นยาทาแก้ปวด

สารสำคัญที่มีในพริก คือ “แคปไซซิน” จะลดประสิทธิภาพการทำงานของตัวรับความรู้สึกปวดทำให้เซลล์ประสาทไม่ตอบสนองต่อการส่งความรู้สึกปวด ส่งผลให้อาการปวดและอักเสบลดลง

พริก“เป็นพืชผักสมุนไพรที่คนไทยนิยมนำมาปรุงอาหารไทยมากมายหลายชนิด ให้มีรสเผ็ด-รสแซบ  ปัจจุบัน “พริก” ยังมีสรรพคุณในทางการแพทย์ด้วย เช่น สารสำคัญที่มีในพริก คือ “แคปไซซิน” สามารถ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคกระเพาะอาหารได้ นอกจากนั้น พริกยังช่วย ลดการอุดตันของเส้นเลือด ลดการเสียชีวิตอันเนื่องมาจากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองอุดตัน อีกทั้งพริกยังช่วย ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง เนื่องจากพริกเป็นพืชผักที่มีวิตามินซีสูง และช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด เนื่องจากจะลดประสิทธิภาพการทำงานของตัวรับความรู้สึกปวด และลดปริมาณสารสื่อประสาท ทำให้เซลล์ประสาทไม่ตอบสนองต่อการส่งความรู้สึกปวด ส่งผลให้อาการปวดและอักเสบลดลง”

ปัจจุบันในประเทศไทยก็มีผลการวิจัยออกมาเป็นรูปธรรมแล้ว!!

สารแคปไซซิน สารที่มีใน “พริก” มีการใช้สารนี้อย่างแพร่หลายในทางการแพทย์แถบทวีปยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย โดยอดีตในเมืองไทยมีการใช้ประโยชน์จากสารตัวนี้น้อย อย่างไรก็ตาม ทางคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ร่วมกับกลุ่มเภสัชกรไทย โดยบริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด ริเริ่มวิจัยและพัฒนาพันธุ์พริกเพื่อให้ได้พันธุ์พริกที่ให้ปริมาณสารแคปไซซินสูงสุดได้สำเร็จ และได้จดสิทธิบัตรเป็นพืชพันธุ์ใหม่ของโลกแล้ว คือ “พริกพันธุ์ยอดสนเข็ม 80” รวมถึงได้นำสารตัวนี้มาพัฒนาเป็นยาทาบรรเทาอาการปวดต่าง ๆ ได้แก่ อาการปวดข้อเสื่อม, อาการปวดกล้ามเนื้อ, อาการปวดปลายประสาทอักเสบกับอาการปวดข้อเสื่อม

ได้มีการศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยาทาที่ใช้สารนี้เป็นวัตถุดิบ โดย ศ.นพ.วีระชัย โควสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งพบว่าสามารถลดอาการปวดข้อเสื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยสูง

ส่วนอาการปวดกล้ามเนื้อ นพ.คณิต ออตยกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ ได้ศึกษาการบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างเรื้อรังโดยใช้ยาทาที่ใช้สารนี้เป็นวัตถุดิบ เป็นยาร่วม ผลการศึกษาพบว่าสามารถลดอาการปวดหลังส่วนล่างเรื้อรังได้ดีกว่าการใช้ยานวดที่เคยมีการใช้กันอยู่

ขณะที่อาการปวดปลายประสาทอักเสบ ซึ่งเป็นอาการปวดที่ทำให้ผู้ป่วยทุกข์ทรมานมาก ซึ่งพบมากในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ยาทาที่ใช้สารนี้เป็นวัตถุดิบก็ใช้ลดอาการอย่างได้ผล ซึ่งก็มีการศึกษาแพร่หลายในทวีปยุโรปและอเมริกา ส่วนในประเทศไทยมีการศึกษาโดยพญ.มนัญญา วรรณไพสิฐกุล โรงพยาบาลบ้านโป่ง จ.ราชบุรี

ที่มาhttp://www.winnews.tv/news/4980

Facebook Comments