อย่านิ่งนอนใจ ถ้ามีอาการ”ข้อไหล่ติด”

อาการ”ข้อไหล่ติด”วิธีการรักษาที่นิยมใช้ คือ ทำกายภาพบำบัด ฉีดหรือกินยาเพื่อบรรเทาอาการปวด ออกกำลังกาย และ
ผ่าตัดส่องกล้อง

ไลฟ์สไตล์ของคนทำงานในปัจจุบันไม่ว่าเป็นนั่งพิมพ์คอมพ์นานๆ สะพายกระเป๋า โหนรถไฟฟ้า ขับรถในสภาวะรถติดนานๆ หรือแม้แต่การเล่นกีฬาที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวของหัวไหล่นานๆ เช่น แบดมินตัน หรือ เทนนิส ฯลฯ เหล่านี้ถ้าเกิดสะสมไปนานๆ พอวัยเริ่มขึ้นต้นเลข 4 อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพสะสมที่เรียกว่า “ภาวะข้อไหล่ติด” ได้อย่างมาก

อาการของภาวะไหล่ติด อาจใช้เวลาสะสมอาการนานถึง 2-3 ปีแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่

ระยะแรกปวดประมาณ 1-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยมีอาการปวดข้อไหล่โดยเฉพาะเวลากลางคืนบางคนปวดมากจนสะดุ้งตื่นกลางดึกจากการนอนกดทับข้างที่ปวดเป็นเวลานาน

ระยะที่สอง ข้อไหล่ติด ประมาณ 16 เดือน อาการเจ็บลดลง แต่หัวไหล่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติโดยจะมีอาการปวดแบบเฉียบพลัน เช่น เวลาเหยียดแขนขึ้นไปหยิบของเหนือศีรษะ, เอื้อมมือไปหยิบของที่เบาะหลังรถ, เมื่อหมุนพวงมาลัยรถ, เมื่อสระผมหรือถูหลังตัวเองเวลาอาบน้ำ, เมื่อสวมหรือถอดเสื้อยืดเข้าออกทางศีรษะ ฯลฯ ระยะนี้ผู้ป่วยจะไม่สามารถขยับหัวไหล่ได้ตามปกติ ทำให้ผู้ป่วยบางคนกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ลีบผิดรูปได้

ระยะที่สาม เป็นระยะฟื้นตัวประมาณ 1-2 ปี อาการเจ็บลดลงเรื่อยๆ แขนข้างที่เจ็บเคลื่อนไหวได้มากขึ้นอย่างช้าๆ

ปัจจุบันมีวิธีการรักษาภาวะไหล่ติดที่นิยมใช้กันอยู่ 4 วิธี ได้แก่

1.วิธีแรกการทำกายภาพบำบัด นักกายภาพจะพยายามยืดไหล่และหมุนขยับส่วนที่ติดซึ่งกระบวนการบำบัดจะเจ็บมาก 90% ของผู้ป่วยจะเลิกรักษาเนื่องจากไม่สามารถทนต่ออาการเจ็บระหว่างบำบัด

2.วิธีที่สองการบริหารบริเวณหัวไหล่ เช่น ท่าไต่กำแพง มักไม่ค่อยได้ผลเนื่องจากเมื่อผู้ป่วยทำด้วยตัวเองจนถึงต่ำแหน่งที่หัวไหล่ติด ผู้ป่วยจะไม่ทำต่อ เนื่องจากเจ็บมาก

3.วิธีที่สาม การฉีดยาสเตียรอยด์ที่ข้อไหล่และการรับประทานยาเป็นการบรรเทาปวด

4.วิธีสุดท้าย การผ่าตัดส่องกล้อง ซึ่งมีค่ารักษาค่อนข้างสูง

ควรพบนักกายภาพบำบัด หรือ แพทย์ ทันทีที่เริ่มมีอาการปวดบริเวณข้อไหล่

ที่มา http://www.winnews.tv/news/4717

 

 

Facebook Comments