10 ข้อแตกต่างระหว่าง ”รัก” กับ ”หลง” ที่ใครหลายๆคนไม่เคยรู้ ถามใจเธอดูว่าเป็นแบบไหน??

เรื่องราวของความรัก มักจะมาพร้อมกับความทุกข์หรือความสุขเสมอ จากเหตุผลร้อยแปด แต่ถ้าทุกอย่างเกิดขึ้นจากความรัก มันจะผ่านไปได้ด้วยดีเสมอทำให้ประคองกันไปได้ในระยะยาว แต่ถ้าเกิดจากความหลงล่ะ??  มันคงจบลงในระยะเวลาสั้นๆ แน่นอน

วันนี้เราจะพามารู้จักกับ 10 ข้อแตกต่างระหว่าง “รัก” กับ “หลง” ที่ใครหลายๆ คนไม่เคยรู้  และตอนท้ายเราจะได้รู้จักนิยามของความรักกับอีกมุมมองของพระพุทธศาสนา   เมื่อมีผู้กราบทูลถามพระพุทธเจ้าเรื่องความรักของหญิงชาย   พระพุทธองค์จะบอกเหตุที่ทำให้หญิงชายรู้สึกรักกันไว้อย่างไร??  มาค้นหาคำตอบพร้อมๆกันเลยจ้าา..

1 .รัก คือ ความปรารถนาดีต่ออีกฝ่าย อยากให้อีกฝ่ายมีความสุข หลง คือ ความปรารถนาอยากให้อีกฝ่ายมาทำให้เรามีความสุข

2. รัก คือ การสนับสนุนเอื้อเฟื้อ เกื้อกูลกัน เป็นแรงผลักดันให้ฝันของอีกฝ่ายเป็นจริง หลง คือการอยากให้อีกฝ่ายทำตามใจฉัน โดยไม่สนว่าเขาจะอยากทำหรือไม่?

3. รัก คือ การให้ ความสบายใจเมื่ออยู่ใกล้ ไม่ต้องบังคับมาครอบครอง เพราะทั้งสองต่างอยากเป็นของกันและกัน
หลง คือ การอยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาอยากให้เขามาเป็นของของเรา

4. รัก คือ การถามตัวเองอยู่เสมอว่า จะทำอย่างไรให้เราทั้งสองมีความสุข ให้ความสัมพันธ์ของเราราบรื่น ดำเนินไปด้วยดี หลง คือ การถามตัวเองว่า ฉันจะต้องได้ อะไรจากเขา ฉันจึงจะมีความสุข ต้องได้ดอกไม้ ต้องได้คำหวาน ต้องได้การคุยกันทุกเย็น

5. รัก คือ การทำสิ่งที่อีกฝ่ายชอบด้วยความ”เต็มใจ”เพราะเรารู้ว่าสิ่งนั้นจะทำให้เขายิ้มได้ หลง คือ การ”อยาก”ให้อีกฝ่ายทำสิ่งที่เราชอบ เพื่อที่เราจะได้ยิ้มออก

6. รัก คือ การยอมรับใน”ตัวตน” ของคนที่เรารัก หลง คือ การคิดว่าตัวเองรักในตัวตนของเขา แต่จริงๆแล้วเรารักเปลือก ของเขามากกว่า “สำหรับผู้ชาย ลองคิดดูว่าถ้าแฟนเราแก่ตัวขึ้นมา หน้าเหี่ยว ผิวหนังหย่อนยาน เราจะยังรักเขาอยู่ไหม? สำหรับผู้หญิง ลองคิดดูว่าถ้าเกิดวิกฤติ ฝ่ายชายล้มละลาย ไม่มีรถหรู บ้านสวย เราจะยังอยู่เคียงข้างเขาในวันที่เขาล้มอยู่หรือไม่? ถ้าไม่ ลองกลับมาคิดกับตัวเองดีๆว่าเรารักเขาเพราะอะไร”

7. รัก คือ การ “ปรับปรุง”ข้อเสียของเราเองเพื่อให้อีกฝ่ายมีความสุข (แต่เราต้องไม่ทุกข์ด้วยนะ ไม่งั้นเปลี่ยนไปไม่นาน เราก็จะกลับมาเป็นคนเดิมอีก) หลง คือ การบอกให้อีกฝ่าย”เปลี่ยนแปลง”ตัวเองเพื่อให้เรามีความสุข

8.  รัก คือ ความ”เข้าใจ”ในความไม่สมบูรณ์แบบของเขา หลง คือ ความ”ต้องการ”ให้เขาสมบูรณ์แบบตามภาพที่เราวาดไว้

9. รัก คือ การปรับตัวให้เข้าหากันทั้งสองฝ่าย หลง คือ การ”อยาก”ให้อีกฝ่ายปรับตัวเขาหาเรา

10.  รัก คือ การให้โดยไม่ได้หวังว่าเราจะต้องได้อะไรตอบแทนในขณะเดียวกัน ผู้รับก็จะอยากตอบแทนความรักหากได้มันมา ดังนั้น ถ้าได้คบคนที่มีจริตของ”Give & Take”ที่เหมือนกันจะอยู่กันได้นานกว่าคนที่มีความคิดเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน เพราะฝ่ายที่ให้อยู่อย่างเดียวก็จะรู้สึกไม่โอเคแม้ว่าเขาจะไม่หวังก็ตาม หลง คือ การให้โดย”คาดหวัง”ว่าเขาจะต้องให้เราตอบแทน ถ้าเขาไม่ให้ตอบ เราก็เป็นทุกข์ละ

 

เหตุชักนำให้หญิงชายมีใจรักกัน

ก่อนที่หญิงชายจะมีปณิธานอันยิ่งใหญ่ร่วมกัน เป็นคู่บุญบารมีกันได้นั้น ต้องผ่านความรู้สึกและความผูกพันด้วยความรักกันมาก่อน  แต่เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจว่าเหตุใดเล่า ..

♥ บางคนบางคู่ เห็นหน้ากันเพียงครั้งเดียวก็หลงรักกัน

♥ บางคนบางคู่ รู้จักศึกษานิสัยใจคอกันพอสมควร จึงเกิดความรัก

♥ บางคนบางคู่ ได้เกื้อหนุนจุนเจือกัน นานไปก็เกิดเป็นความรัก

♥ บางคนบางคู่ สนิทสนมกลมเกลียวเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เด็กแต่น้อย แล้วจึงค่อยแปรเปลี่ยน เป็นความรักเมื่อโตเป็นหนุ่มเป็นสาว

♥ บางคนบางคู่ ได้สมหวังในความรัก ขณะที่บางคู่กลับต้องเลิกรา

♥ บางคน ได้แต่หลงรักเขาข้างเดียว แต่เขาไม่เคยมีใจรักตอบ

♥ บางคน เขามาชอบ พยายามทอดสะพานให้เรา แต่กลับไม่สนใจ..

♥ ขณะที่บางคน ทั้งชีวิตกลับเงียบเหงา ไม่เคยมีลมรักพัดผ่านมาให้ชื่นใจเลย แม้แต่เพียงครั้งเดียว

ดูแล้วความรักของหญิงชายนี้ช่างวุ่นวายนัก จนน่าสงสัยว่ามีเหตุอะไรที่ทำให้หญิงชายมารักกัน? หรือมีเหตุอะไรที่ทำให้หญิงชายนั้นไม่รักกัน?

มีผู้กราบทูลถามพระพุทธเจ้าเรื่องความรักของหญิงชาย ปรากฎในสาเกตชาดกที่ ๗ พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙ ว่า

“ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เหตุไรหนอ? เมื่อบุคคลบางคนในโลกนี้ พอเห็นกันเข้าก็เฉยๆ หัวใจก็เฉย บางคนพอเห็นกันเข้า จิตก็เลื่อมใส”

พระพุทธองค์จึงทรงแสดงเหตุที่ทำให้หญิงชายรู้สึกรักกันไว้ ดังนี้

“ความรักนั้น ย่อมเกิดขึ้นด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ ด้วยการอยู่ร่วมกันในกาลก่อน ๑ ด้วยความเกื้อกูลต่อกันในปัจจุบัน ๑ เหมือนดอกอุบลและชลชาติ เมื่อเกิดในน้ำ ย่อมเกิดเพราะอาศัยเหตุ ๒ ประการ คือ น้ำและเปือกตม ฉะนั้น”

เรียบเรียงโดย : มนุษย์ Like สาระ

ขอบคุณที่มา :   thammatipo ,   helen

Facebook Comments