คุณเคยอาการเหล่านี้หรือไม่!! อย่าปล่อยผ่าน ให้เวลากับการดูแลเรื่องสุขภาพ สำคัญมาก!!

สำหรับคนที่มีสุขภาพแข็งแรง จะไม่มีความรู้สึก และไม่มีความเชื่อเลยว่าตนเอง จะเจ็บป่วย ละเลยไม่ใส่ใจสุขภาพ จนกระทั่งมีอาการเข้าทำการรักษาก็อาการหนักเสียแล้ว

จะดีกว่าไหมที่เราทราบ และเฝ้าสังเกตุอาการผิดปกติของอวัยวะสำคัญต่าง ๆ ในร่างกายก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้

1. ปวดหัว หากตื่นนอนตอนเช้าตรู่แล้วมีอาการปวดหัววิงเวียน อาจจะมีสาเหตุจากโรคกระดูกสันหลังสวนคอเสื่อมหรือเลือดข้นผิดปกติ

2. อาการบวม หากมีอาการบวมไม่ยุบหลังตื่นนอน 20 นาที อาจจะมีความผิดปกติของระบบไต และอวัยวะภายใน

3. คลื่นไส้ อาเจียน ตื่นมาแล้วมีอาการคลื่นไส้อยากอาเจียน นอกจากจะเป็นอาการของคนแพท้องแล้วถ้าเป็นแบบนี้ทุกวันอาจจะเป็นเพราะการอักเสบในกระเพาะอาหารหรือเป็นโรคเกี่ยวกับตับและถุงน้ำดี

4. ปัสสาวะ หลังจากตื่นนอนหากปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มค่อนไปทางสีน้ำตาลอ่อนอาจจะเป็นเพราะความผิดปกติของตับ

5. ปวดหัว สัญญาณอันตรายแรก ที่บ่งชี้ว่าชัดเจนคุณเริ่มเจ็บป่วย อาการปวดหัว เป็นอาการพื้นฐานของโรคหลายโรค เช่น ความดันโลหิตสูง โรคเนื้องอกในสมอง โรคเครียดและระบบประสาท โรคเหล่าเมื่อมีการตรวจพบและรักษา ป้องกัน ตั้งแต่เนิ่น ๆจะไม่เป็นอันตราย ในทางตรงกันข้ามปล่อยไว้นาน ๆ ขนอาการรุนแรงอาจต้องเสียเวลา ค่ารักษา รวมทั้งสร้างภาระการ พยาบาลกับบุตรหลาน

6. ปวดตา ตาพร่า เมื่อดวงตา คือหน้าต่างของหัวใจ และเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดในร่างกาย เมื่อใดที่เกิดความผิดปกติ จนกระทั่งประสิทธิภาพการมอง แย่ลง ปวดตา ก็ควรรีบพบจักษุแพทย์ เพราะ นั่นคืออาการเริ่มแรกของต้อกระจก และสายตาสั้น ยาว เอียง

7. เจ็บคอ เมื่อกลืนน้ำลายแล้ว มีอาการเจ็บคอ มีไข้อาจเป็นโรคต่อมทอลซิล หากมีเสียงแหบ ไอมีเลือดปนเสมหะ คืออาการเริ่มแรกของมะเร็งปอด นอกจากนี้อาการเจ็บคอเป็นอาการเริ่มแรกของหลายโรค เช่นต่อมไทรอยเป็นพิษ

8. เจ็บหน้าอก เมื่อใดที่ทำงานหนัก แล้วหายใจไม่ออก เจ็บหน้าอก ชาตามมือนั่นเป็นอาการเริ่มแรกของโรคหัวใจ รีบพบแพทย์ เพื่อตรวจอย่างละเอียด โรคหัวใจ เมื่อรักษาตอนอาการเริ่มแรก บางทีรักษาหายขาดได้ก่อนที่อาการรุนแรง

9. ปวดท้อง และการปัสสาวะ อุจจาระผิดปกติ อาการที่พบมาก สำหรับอาการผิดปกติในอวัยวะร่างกาย อาการปวดท้อง ร่วมกับท้องผูก สลับท้องเสีย มีเลือดปนเป็นสัญญาณเตือนภัยแรกของโรคมะเร็งลำไส้ ปวดท้องเวลาหิวและเวลาอิ่ม มีพฤติกรรมรับประทานอาหารไม่ตรงเวลาอาจเป็นโรคกระเพาะอาหาร นอกจากนี้อาการปวดท้อง สันนิฐานว่า อาจเป็นโรคตับ และเลือดออกในอวัยวะภายใน เมื่อปวดท้องน้อยร่วมกับอาการปัสสาวะขัด หยด หยอด เป็นอาการพื้นฐานของโรคต่อมลูกหมากโต

10. ปวดเข่า ปวดเมื่อย อาการปวดเมื่อย พิจารณาผิวเผินเป็นอาการไม่รุนแรง แต่เป็นอาการเริ่มแรกของการขาดแคลเซียม กระดูกบาง เบาหวาน ปวดเข่า คืออาการของโรคเก๊าส์

ระหว่างล้างหน้าอย่าลืมสังเกตดูวาหน้าของเรามีความผิดปกติอะไรไหม?

1.หากพบวาหน้าแดงผิดปกติอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจหรือความดันสูง

2.หน้าเหลืองกว่าปกติ และรู้สึกเหนื่อยเพลียอาจจะเป็นสัญญาณเตือนของโรคดีซ่าน

3.หากตื่นเช้ามาแล้วมีอาการตาแดง ตาขุ่นมัวหรือตาเหลืองควรรีบไปพบจักษุแพทย์โดยเร็ว

4.หากตื่นมาแล้วหน้าซีดตาซีดอาจจะเป็นเพราะขาดธาตุเหล็ก

5.ถ้ากระจกตาพร่าและมีวงสีเทาปรากฏบนกระจกตาอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ

อาการต่างๆขณะแปรงฟัน

1.หากมีเลือดออกขณะแปรงฟันอาจจะเป็นสัญญาณของโรคปริทันต์หรือเหงือกอักเสบ หากฟันแข็งแรงดีเลือดจะไมออกและอาจจะเป็นสัญญาณของโรคเกี่ยวกับตับอีกด้วย

2.หากตื่นมาแล้วรู้สึกว่าปากเหม็นหรือมีกลิ่นปากรุนแรงกวาปกติอาจจะเป็นโรคปริทันต์ขั้นต้นหรือกระเพาะอักเสบ โรคเกี่ยวกับตับ เบาหวานหรือการขาดสังกะสีและวิตามินบีมีแนวโน้มที่จะทำให้มีกลิ่นปากเช่นกัน

3.กลิ่นปากมีกลิ่นคล้ายแอมโมเนีย อาจจะเป็นเพราะไตมีปัญหากลิ่นปากของแอมโมเนีย เมื่อไตวาย ร่างกายจะ ไม่สามารถเผาผลาญ ตามปกติปริมาณ ของยูเรียไนโตรเจนในระดับที่เพิ่มขึ้นทำให้มีกลิ่นแอมโมเนียในปาก

เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงก็ไม่ควรละเลยปัญหาเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ อย่าลืมแบ่งปันบทความดีๆให้คนที่คุณห่วงใย สุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการดูแลทุกวัน

แหล่งข้อมูล : liekr, honestdocs

ขอบคุณรูปภาพจาก Google

Facebook Comments